คนเดียวก็ท่องเที่ยวได้ เพราะไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ ด้วยเทคโนโลยียุค 4.0

คนเดียวก็ท่องเที่ยวได้ เพราะไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ ด้วยเทคโนโลยียุค 4.0

คนเดียวก็ท่องเที่ยวได้ เพราะไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ ด้วยเทคโนโลยียุค 4.0

ตอนนี้ก็เอบจะปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังหาที่ท่องเที่ยวสำหรับทริปปลายปี ซึ่งปกติแล้วคนส่วนใหญ่เวลาออกเดินทางท่องเที่ยวก็ชอบไปแบบเป็นกลุ่มเพื่อนหรือแบบเป็นครอบครัว น้อยคนนักที่จะจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไกลคนเดียว หรือแบกเป้เดินทางตะลุยแบบเดี่ยว สันนิษฐานได้ว่ามักจะเป็นคนโสดที่นิยมท่องเที่ยวแบบนี้ การเที่ยวคนเดียวจะรู้สึกไม่ต้องกังวล ไม่ต้องรอใคร อยากไปไหนก็ได้ตามใจที่เราอยาก แต่อาจจะมีบางอารมณ์ที่รู้สึกเหงาบ้าง

แต่ในยุค 4.0 นี้จะทำให้นักท่องเที่ยวที่รักอิสระ ชอบเที่ยวคนเดียว ได้วางแผนหรือเดินทางสะดวกสบายและทำให้การท่องเที่ยวง่ายยิ่งขึ้นกับเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน ต่างๆที่เข้ามาเป็นเพื่อนช่วยคิด ทำให้การท่องเที่ยวนั้นสนุกได้แค่เพียงปลายนิ้ว และถึงแม้เราจะไปท่องเที่ยวไกลถึงอีกซีกโลก คนทางบ้านก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะสมัยนี้สามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านเทคโนโลยีได้อย่างใกล้ชิด เรามาดูกันว่าจะมีแอปพลิเคชันอะไรที่สามารถตอบโจทย์กับการท่องเที่ยวแบบฉายเดี่ยวกันบ้าง

  1. Google Maps

    แน่นอนที่สุดว่าทุกๆคนต้องรู้จักแอปพลิเคชันนี้ เป็นบริการแผนที่แบบฟรี สามารถดูเส้นทางได้ทั่วโลกอีกทั้งปัจจุบันทาง Googleได้พัฒนาขนาดว่าแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ยังสามารถดูแผนที่ได้ จึงเหมาะมากๆสำหรับคนที่แบกเป้ตะลุยเดี่ยวที่ไปยังสถานที่ที่อินเทอร์เน็ตไม่ค่อยเสถียร ซึ่งในขั้นตอนการวางแผนท่องเที่ยวเราสามารถค้นหาสถานที่ที่จะไป แล้วปักหมุดสถานที่นั้นๆ ลงไปใน Google Maps ได้ล่วงหน้าเลยว่าจะไปที่ไหน ง่ายมากๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ

  2. Google Translate

    นักท่องเที่ยวหลายๆ คนอาจจะเคยเจอหรือกังวลกับปัญหาที่ว่าไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว แต่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอื่นๆได้เลย คุณจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเจ้าแอปพลิเคชันนี้พัฒนาความสามารถไม่ใช่แค่เพียงแค่คำแปลเพียงเท่านั้น แต่สามารถฟังเสียงแล้วแปล หรืออ่านข้อความที่เป็นภาษาต่างประเทศแล้วแปลผ่านกล้องมือถือได้อีกด้วย

  3. The Weather Channel

    ด้วยการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกอีกแอปฯ หนึ่ง เพราะสามารถคาดคะเนสภาพลมฟ้าอากาศหรือแสงแดด ในสถานที่ที่คุณจะไปท่องเที่ยวได้ล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ทำให้เราสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้าว่าจะต้องเตรียมอุปกรณ์กันแดดกันฝนอะไรไปบ้าง

  4. Wifi Map Pro

    อีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่สำคัญมาก ด้วยความสามารถอันลึกล้ำในการค้นหา Wi-Fi ทั่วอาณาบริเวณที่คุณยืนอยู่ เช่น Wi-Fi ตามร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานที่สาธารณะ แถมยังระบุได้ด้วยว่า Wi-Fi ไหนเข้ารหัสส่วนตัวเอาไว้ หรือ Wi-Fi จุดไหนที่ให้บริการฟรี เพื่อให้คุณสามารถเดินหาและเชื่อมต่อกับสัญญาณ Wi-Fi ที่ดีที่สุดได้ตลอดเวลา

  5. Line Video Call หรือ Facetime

    อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า ถึงแม้เราจะเดินทางไปที่ไกลแสนไกลเพียงใด แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้เราเหมือนอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมเพียงแค่มีมือถือและอินเตอร์เน็ต 2 แอปพลิเคชันนี้จะช่วยให้คุณได้พูดคุยและหน้าคนที่เราอยากคุยด้วยแบบ Real Time กันเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ หรือเดินทางคนเดียว ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่อย่าไปกลัวที่จะเดินทางท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์สู่โลกกว้าง และมีสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เพื่อนๆ อุ่นใจได้มากขึ้น ถ้ามีประกันอุบัติเหตุ ฟิต แอนด์ ฟิน 365 ที่สามารถคุ้มครองคุณได้ทั่วโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณไม่ต้องกังวลที่จะไปเที่ยวสถานที่ที่อันตราย หรือจะเดินทางไกลแค่ไหนก็ตาม เพราะโลกใบนี้รอให้คุณมาเจอ และรอให้คุณได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเมื่อเริ่มเดินทางครับ