โรคเสี่ยงสำหรับคน Gen ใหม่ ป้องกันได้ง่ายๆ สำหรับปี 2018

โรคเสี่ยงสำหรับคน Gen ใหม่ ป้องกันได้ง่ายๆ สำหรับปี 2018

โรคเสี่ยงสำหรับคน Gen ใหม่ ป้องกันได้ง่ายๆ สำหรับปี 2018

ในปี 2018 นี้ทุกคนมีการวางแผน เป้าหมาย แรงบันดาลใจ และการใช้ชีวิตให้ตัวเองอย่างไรบ้างครับ

สิ่งสำคัญที่เราอยากให้ทุกคนคิดถึงเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องของสุขภาพ เพราะการมีสุขภาพที่ดีช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะมาก เหมือนที่หลายๆคนชอบพูดกันว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองไม่ให้มีปัญหาสุขภาพ นับว่าเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนเอง

วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกลุ่มคนที่อยู่ในรุ่น “Gen – X” (Generation X) หรือทายาทของรุ่น “Gen B” (Baby Boom - Generation B) นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มนี้นั่นหมายความว่าตอนนี้อายุของคุณจะอยู่ในช่วง 39-53 ปี (พ.ศ.2508-พ.ศ.2522) เรียกว่าอยู่ในวัยทำงานมาได้ระดับหนึ่งแล้วนะ ซึ่งถ้ามีลูกตอนนี้ลูกโตกันหมดแล้ว ยกเว้นว่าดวงไม่มีเนื้อคู่ก็ครองตัวเป็นโสดกันต่อไป

นิสัยของคนรุ่น Gen – X เป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว รู้จักพักผ่อนและมอบความสุขให้ตัวเองมากขึ้น รู้จักวางแผนการเงิน เก็บออมเงินและใช้เท่าที่มี เลือกทำงานที่ชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าลงมือทำ มีเป้าหมายชัดเจนในชีวิต เช่น อยากเป็นผู้บริหารระดับสูง, เจ้าของกิจการ เป็นต้น ทำให้คน Gen – X พร้อมที่จะทำงานหนัก อดทน และเรียนรู้สิ่งต่างๆเพื่อความก้าวหน้าขององค์กร รวมทั้งทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ ซื่อสัตย์ มองโลกตามความเป็นจริง สิ่งไหนทำได้ และสิ่งไหนทำไม่ได้ ซึ่งพวกเค้าพร้อมเสมอที่จะหาวิธีการใหม่ และทำมันให้สำเร็จ เรียกง่ายๆว่าไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคนั่นเอง

เนื่องจากนิสัยความมุ่งมั่นของคน Gen-X ที่มีมากทำให้บางครั้งพวกเค้าต้องเจอกับปัญหาสุขภาพที่ตัวเองละเลย ขาดการดูแลและนี่คือ 3 โรคหลักที่คนวัยทำงานกลุ่มนี้ต้องเสี่ยงเจอ

  1. โรคเบาหวาน แม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่พฤติกรรมเสี่ยงก็ทำให้เกิดโรคได้ เพราะคนวัยทำงานส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน กินอาหารประเภทแป้ง ไขมัน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และขยับตัวน้อยทำให้มีน้ำหนักเกิน รวมทั้งวัยที่เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์ที่สร้างอินซูลินทำงานไม่ปกติ และค่อยๆถูกทำลายไปเป็นผลมาจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน บางคนเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนโดยไม่รู้ตัว และเกิดอาการเหนื่อย เพลีย เป็นแผลเรื้อรัง ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนช่วงหลังเที่ยงคืน ซึ่งหากเราสังเกตตัวเองได้เร็วจะช่วยให้เราได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  2. โรคออฟฟิศซินโดรม พฤติกรรมการใช้ชีวิตของพนักงานออฟฟิศในแต่ละวันของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ไม่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆเป็นเวลานาน ส่งผลให้คน Gen – X ต้องพบกับโรคออฟฟิศซินโดรม ส่วนใหญ่อาการเตือนของออฟฟิศซินโดรมที่พนักงานออฟฟิศต้องเจอ คือ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ปวดศีรษะ หรือปวดหัวไมเกรน จากการพักผ่อนน้อย และความเครียดสะสม มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อค จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งวิธีการป้องกันจากโรคออฟฟิศซินโดรมที่ดีที่สุด คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการปรับท่าทางในการทำงานให้ถูกต้อง รวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจให้สมบูรณ์แข็งแรง ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง
  3. โรคกระเพาะ คนรุ่น Gen – X ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยทำงาน เพราะฉะนั้นพวกเค้าจะทำงานหนักแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ก่อให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ความเร่งรีบในตอนเช้าดื่มแค่ชา กาแฟแล้วรีบมาทำงาน พักกลางวันรีบกินข้าวแล้วกลับมาเร่งทำงานต่อ หลังเลิกงานผ่อนคลายตัวเองด้วยการดื่มสุรา สูบบุหรี่ และกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์แทนการออกกำลังกาย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พวกเค้ามีปัญหาสุขภาพเป็นโรคกระเพาะตามมา และมีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด มีกรดในกระเพาะอาหารสูง ปวดแสบ จุกและแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ตามมา ซึ่งอาการจะเด่นชัดทั้งเวลาก่อนและหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ หรือเวลาที่ท้องว่างในตอนเช้าหรือก่อนนอน ดังนั้น วิธีแก้โรคกระเพาะควรกินอาหารให้ตรงเวลาและเป็นอาหารที่มีประโยชน์ งดกาแฟและแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง ไม่ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ คลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพจิตด้วยการทำในสิ่งที่รัก หมั่นหาแรงบันดาลใจ เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง จัดตารางเวลาทำงานให้เหมาะสม รวมทั้งนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ทั้งหมดนี้ควรฝึกทำเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย ทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ คุณจะได้ไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และต้องบังคับให้ตัวเองทำตาม จำไว้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าเราไม่พยายามทำมันมากพอ สุขภาพดีก็เหมือนกันครับ เริ่มวางแผนดูแลสุขภาพของเราให้ดีตั้งแต่วันนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเราจะได้ใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณด้วยสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง และใช้เงินกับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าซองยาที่ได้รับจากคุณหมอ