ไลฟ์สไตล์อย่างคุณเหมาะกับการลงทุนแบบไหน

ไลฟ์สไตล์อย่างคุณเหมาะกับการลงทุนแบบไหน

ไลฟ์สไตล์อย่างคุณเหมาะกับการลงทุนแบบไหน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

สำหรับคนที่ชื่นชอบการลงทุนจะต้องคุ้นชินกับประโยคนี้เป็นอย่างดี เพราะทุกการลงทุนมีความ “เสี่ยง” แต่จะเสี่ยงมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่เราคาดหวังไว้ครับ

ปัจจุบันการลงทุนมีมากมายหลายรูปแบบ เช่น ฝากประจำ ซื้อตราสารหนี้ ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซื้อกองทุนรวม ลงทุนในหุ้น ซึ่งผลตอบแทนจะต่ำถ้าเรารับความเสี่ยงได้น้อย และผลตอบแทนสูงเมื่อเรารับความเสี่ยงได้มาก แต่บางครั้งผลตอบแทนอาจกลายเป็นขาดทุนได้ ถ้าเราบริหารได้ไม่ดี ดังนั้นเราจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนก่อนตัดสินใจซื้อให้ดีทุกครั้ง เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงและไม่ได้ทำให้เรามีกำไรเสมอไป

วันนี้เราจะมาพูดถึงการทำประกันชีวิตซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการลงทุนของใครหลายคน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิตนั้น ควรทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าประกันแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และนิสัยการใช้ชีวิตของเรา เพื่อการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยและคุ้มค่ามากที่สุด

  1. ผู้เริ่มต้นถ้าคุณเป็นคนประเภทที่เงินออกสิ้นเดือน แต่ต้องกินมาม่าตั้งแต่ต้นเดือน แสดงว่าในหัวของคุณไม่เคยมีการวางแผนการเงินในชีวิตเลย เป็นคนชอบจับจ่ายใช้สอย ชอบซื้อความสุขให้ตัวเองอยู่เสมอ อย่าได้คิดเรื่องเก็บเงินถ้าไม่ใช่เศษเหรียญที่เหลือจากการซื้อของ ดังนั้นประกันที่เหมาะกับคุณคือ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” ช่วยสร้างวินัยการออมเงินให้คุณเป็นอย่างดี ทำให้คุณสามารถวางแผนการเงิน และมีเงินเก็บเป็นก้อนใหญ่ได้สำเร็จ กำหนดระยะเวลาที่ต้องจ่ายเบี้ยและรับผลตอบแทนชัดเจน เช่น จ่ายเบี้ย 5 ปีคุ้มครองยาว 10 ปี ทั้งนี้จำนวนเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับเบี้ยที่คุณจ่าย นอกจากนี้ยังคุ้มครองชีวิตหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เบี้ยประกันที่ชำระในแต่ละปีก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ประกันออมคุ้มคุ้มลงทุนระยะสั้นของแมนูไลฟ์ จะทำให้คุณมีเงินก้อนได้แบบไม่ต้องรอนาน
  2. ผู้เปลี่ยนแปลงสำหรับคนที่อยู่ในช่วงวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว แต่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบสูง ไม่ว่าจะเป็นผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดูแลพ่อแม่ อยู่ในวัยที่ต้องทำงานหนัก แต่มีรายได้ไม่สูงมาก “ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา” เน้นการคุ้มครองระยะสั้นให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตอย่างเดียว ไม่มีเงินคืนระหว่างสัญญาหรือครบกำหนดสัญญา สามารถเลือกช่วงเวลาในการจ่ายเบี้ยและรับความคุ้มครองได้เองตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี 10 ปี 15 ปี เป็นต้น ให้ความคุ้มครองชีวิตที่สูง แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยต่ำ ไม่ทิ้งภาระให้กับคนข้างหลังหากจากไปแบบกะทันหัน
  3. ผู้มองการณ์ไกลเป็นคนที่มีการวางแผนการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองในอนาคต รู้จักออมเงินตั้งแต่เริ่มทำงานมีรายได้ ใช้ชีวิตด้วยความรอบคอบ ไม่ชอบความเสี่ยงที่ต้องเจอกับอะไรที่ไม่แน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงมีเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือออมเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” จึงตอบโจทย์เหมาะสำหรับการสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยจะเริ่มรับเงินบำนาญเมื่ออายุครบ 55 ปี 60 ปี หรือ 65 ปี (ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละแบบประกัน) อีกทั้งยังสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่ชำระไปในปีนั้น นำไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญรวมคำนวณกับเงินสะสมเข้ากองทุน สำรองเลี้ยงชีพที่จ่ายในปีนั้นแล้ว การใช้สิทธิยกเว้นภาษีจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  4. ผู้ปิดทองหลังพระภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่สำหรับคนมีครอบครัว หรือมีคนที่รักต้องดูแล เพื่อความอุ่นใจและมั่นคงต่อสมาชิกในครอบครัว พวกเขามีหน้าที่เตรียมความพร้อมให้กับครอบครัวเพื่อความมั่นคงในอนาคต ดังนั้นการวางแผนการลงทุนชีวิตสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดในอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญ “ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ” คือทางเลือกที่ดี ช่วยลดความเสี่ยง แบ่งเบาภาระ และสร้างหลักประกันให้กับทุกคน ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือรับเงินก้อนคืนเมื่ออายุครบกำหนดสัญญา เน้นการคุ้มครองระยะยาว 85 ปี 90 ปี หรือ 99 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ย 15 ปี 20 ปี หรือตลอด 99 ปีขึ้นอยู่กับแบบประกันที่ทำ นอกจากนี้ยังสามารถนำเบี้ยประกันที่ชำระในแต่ละปีไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี เป็นหลักประกันที่มั่นคงจึงมั่นใจได้ว่าคนข้างหลังจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างตามที่ตั้งใจไว้

เห็นไหมครับว่า การลงทุนด้วยการทำประกันชีวิตมีหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นเราควรศึกษากรมธรรม์ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ และเลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการของเราเอง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดและความคุ้มค่าที่เราจะได้รับอย่างแท้จริงครับ