อย่าปล่อยให้ความลับ…ไม่เป็นความลับ เรียนรู้วิธีรักษาความปลอดภัยของตนเองบนโลกออนไลน์

อย่าปล่อยให้ความลับ…ไม่เป็นความลับ เรียนรู้วิธีรักษาความปลอดภัยของตนเองบนโลกออนไลน์

อย่าปล่อยให้ความลับ…ไม่เป็นความลับ เรียนรู้วิธีรักษาความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

ทุกวันนี้โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คมีบทบาทอย่างมากสำหรับยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและถูกพัฒนาอยู่เสมอทำให้อุปกรณ์ไอทีต่างๆ เช่น โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ทุกคนในยุคนี้ต้องมี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความทันสมัย ใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย และช่วยเราให้เข้าถึงการเสพสื่อต่างๆ การค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร หรือแม้กระทั่งทำธุรกรรมทางการเงินก็สามารถทำได้ง่ายบนโลกออนไลน์ที่เชื่อมต่อข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าโลกโซเชียลทำให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถออนไลน์ข้อมูลให้แก่กันและกันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลส่วนตัวของเราจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือกลายเป็นเราเสียเองที่แชร์ข้อมูลนั้นออกไป ดังนั้นการรู้วิธีรักษาความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องศึกษาและลงมือทำเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเราให้ยังคงเป็นความลับต่อไป และมีแค่เราเท่านั้นที่รู้ข้อมูลนี้

9 วิธีป้องกันภัยจากโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค

  1. รหัสพาสเวิร์ดเป็นสิ่งสำคัญมากห้ามบอกให้ใครรู้ และควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน โดยตั้งรหัสพาสเวิร์ดให้ยากต่อการคาดเดาได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษร ซึ่งควรตั้งให้มีทั้งตัวเลข เครื่องหมาย ตัวอักษรใหญ่ และตัวอักษรเล็กสลับกันไป พยายามอย่าใช้คำทั่วไปมาตั้งพาสเวิร์ด เช่น 12345678, iloveyou เป็นต้น
  2. อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น ชื่อ อายุ โรงเรียน ที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรเครดิต เลขบัตรประชาชนบนที่สาธารณะในโลกออนไลน์ รวมทั้งไม่บอกข้อมูลเหล่านี้ให้กับคนที่ทักข้อความมาหาโดยที่เราไม่รู้จักเด็ดขาด
  3. ไม่ควรโพสต์ข้อความที่เป็นการชี้ชวนให้คนที่ไม่หวังดีรู้ความเคลื่อนไหวส่วนตัวของเราได้ เช่น ตั้งสเตตัสบอกว่าเรากำลังทำอะไร จะไปที่ไหน รวมถึงการเช็คอินสถานที่ที่ซ้ำ ๆ เดิม ๆ
  4. ใช้ความระมัดระวังในการโพสต์รูปภาพ ข้อความ หรือวีดีโอที่อาจเผยให้เห็นสถานที่ รวมทั้งไม่ควรโพสต์รูปภาพที่ก่อให้เกิดอาการล่อตาล่อใจ เช่น รูปเงินจำนวนมากที่เราหามาได้ ซึ่งเราอาจจะโพสต์โดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่กลับเป็นการชี้นำให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงตัวเราได้ง่ายขึ้น
  5. ตรวจสอบเว็บไซต์ให้ตรงกับที่เราจะล็อกอินเข้าสู่ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ค และอย่าลืมล็อกเอาท์ออกจากระบบทุกครั้งเพื่อป้องกันคนอื่นที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อจากเรา รวมทั้งข้อมูลส่วนตัวของเราจะไม่ถูกคนอื่นนำไปใช้ และเผยแพร่ต่อสาธารณะ
  6. ห้ามเปิดไฟล์แนบ หรือคลิ๊กลิงก์ที่มากับอีเมลที่เราไม่รู้จักเด็ดขาด เพื่อป้องกันไวรัส และโดนดับจับข้อมูลส่วนตัว ทั้งนี้ควรติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราด้วย
  7. อย่าไว้ใจหรือเชื่อใจคนที่เรารู้จักผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แม้ว่าจะมีการพูดคุยกันมานานก็ตาม เพราะรูปที่เราเห็นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง รวมทั้งอย่าแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวอย่าง ชื่อ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และที่สำคัญอย่านัดเจอกับคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์เพราะเราอาจถูกหลอกลวง หรือถูกล่อลวงไปทำอันตรายได้
  8. ก่อนสั่งซื้อและชำระเงินสินค้าออนไลน์ให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการถูกดักข้อมูลส่วนตัวจากการสร้างเว็บไซต์หลอกลวง และการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทางออนไลน์ก็ควรเลือกร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีหลักแหล่งที่แน่นอนสามารถติดต่อได้
  9. อย่าไว้ใจสินค้าที่มีราคาถูกมากจนเกินไป และพยายามหลีกเลี่ยงข้อเสนอ โปรโมชั่นสินค้าที่ทำให้เราต้องจ่ายเงินทันที เพราะเราอาจโดนหลอกขอข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรเครดิตได้ อีกทั้งสินค้าที่ได้อาจไม่มีคุณภาพ หรือไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ทำให้เราเสียเงินฟรี

อย่างที่รู้กันว่าภัยบนโลกออนไลน์นั้นมาได้หลากหลายรูปแบบมาก และยิ่งทุกอย่างสามารถทำได้ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมไปถึงมีรายได้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้มิจฉาชีพจำนวนมากมองเห็นช่องทางเหล่านี้ และเข้ามาหาผลประโยชน์ในโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งสร้างความเสียหายให้กับใครหลายคนที่รู้ไม่เท่าทันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราควรมีสติและมีความระมัดระวังทุกครั้งก่อนจะโพสต์ข้อความหรือทำอะไรลงไปบนโลกโซเชียลที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว และอย่าคาดหวังว่าระบบเหลั่นั้นจะมีความปลอดภัยสูง เพราะสุดท้ายแล้วความปลอดภัยที่ดีที่สุดควรเริ่มต้นจากตัวของเราเอง