Manulife Home Country Youtube
สร้างความเชื่อมั่น ด้วยทุกกิจกรรมจาก แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต
Best Happiness is Family Happiness - Happniess for the Three Generations for Digital Society

สุขใดเล่าจะเท่าเห็นคนที่รักมีความสุข ดูแลความสุข 3 Gen ท่ามกลางสังคมยุคดิจิทัล

สุขใดเล่าจะเท่าเห็นคนที่รักมีความสุข ดูแลความสุข 3 Gen ท่ามกลางสังคมยุคดิจิทัล

 

สุขใดเล่าจะเท่าเห็นคนที่รักมีความสุข ดูแลความสุข 3 Gen ท่ามกลางสังคมยุคดิจิทัล

Generation คือ การแบ่งกลุ่มคนตามช่วงอายุ โดยเฉลี่ยแต่ละช่วงจะห่างกันประมาณ 15-24 ปี ซึ่งโครงสร้างของสังคม สถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจในแต่ละช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น ส่งผลให้คนในแต่ละรุ่นมีความคิด ลักษณะนิสัย ค่านิยม รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แสดงออกมาแตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

  1. Baby Boomer Generation หรือที่เรียกว่า "Gen B" เป็นรุ่นที่เกิดมาหลังสงครามโลกครั้งที่2 สงบลงแล้ว ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงนิยมแต่งงานและมีลูกกันเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างแรงงานขึ้นมาพัฒนาประเทศชาติ และเป็นที่มาของคำว่า Baby Boomer ปัจจุบันคนรุ่นนี้มีอายุประมาณ 54ปีขึ้นไป (พ.ศ. 2489-2507) ถือว่าอยู่ในวัยสูงอายุแล้ว ลักษณะนิสัยคนกลุ่มนี้จะรู้จักการประหยัด อดออม ใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี มีความอดทนสูง สู้งาน มุ่งมั่นและทุ่มเทให้ความสำคัญกับผลงานแม้ต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ให้ความสำคัญกับบั้นปลายชีวิต คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจากมีความจงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก
  2. Generation Y หรือยุค Millennials คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523-2540 คน Gen Y เกิดมาในยุคเปลี่ยนผ่านมาใช้เทคโนโลยี และถูกพัฒนามาเรื่อยๆ เริ่มเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทำให้คนกลุ่มนี้สามารถใช้เทคโนโลยีทำงานได้ ให้ความสำคัญกับโลกโซเชียลมากกว่าสังคมรอบข้าง ลักษณะนิสัยของคนกลุ่มนี้ใจร้อน กล้าแสดงออก มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ชอบทำงานเป็นทีม แต่ไม่ค่อยมีความอดทน ไม่ชอบงานหนัก เปลี่ยนงานใหม่ได้เพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง
  3. Generation Z เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันเกิดหลัง พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป โตมากับเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ใช้อินเทอร์เน็ตและผ่านทั้งสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี มักหมกมุ่นกับโลกโซเชียลมากกว่า Gen อื่น ๆ เรียนรู้ได้เร็ว ชอบความสะดวกสบาย ไม่ชอบพิธีการ เป็นกลุ่มคนที่ชอบค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และใช้ชีวิตคู่ขนานไปกับจากเทคโนโลยี สามารถทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน

 

จะเห็นว่ายุคสมัยของคนแต่ละช่วงวัยถูกหล่อหลอมความคิดมาไม่เหมือนกันจึงทำให้มีช่องว่างระหว่างวัยเกิดขึ้นและอาจมีปัญหาความไม่เข้าใจกันตามมา ซึ่งคน Generation X ที่โตมาระหว่างกลุ่มคน Gen B และ Gen Y จะแป็นกลุ่มคนที่เข้าใจวิถีชีวิตในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านของคน Gen Y รวมทั้งเข้าใจแนวคิดและนิสัยของคน Gen B ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันคน Generation X ได้กลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัวมีหน้าที่ดูแลคนสูงอายุอย่างคน Gen B และเลี้ยงดูคน Gen Y และคน Gen Z ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยความเข้าใจ และปล่อยให้คนทั้ง 3 Gen ได้มีเวลาเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน รวมทั้งรู้จักยอมรับในความแตกต่างกันของแต่ละวัยด้วย

 

อย่างคน Gen B ที่เป็นผู้มีชีวิตอยู่ในวัยชราแล้ว แล้วก็ไม่ควรยึดติดกับกฎ และมองว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนมากเกินไป ควรเปิดใจรับฟังเด็กรุ่นใหม่อย่างคน Gen Y และคน Gen Z บ้าง จะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนมีเพื่อนที่คอยรับฟัง เมื่อรู้สึกไม่สบายใจพวกเขาจะกล้าเข้ามาระบายและขอคำแนะนำ ส่วนคน Gen Y และ Gen Z ก็ควรเชื่อฟังและปรับมุมมองของตนเองทำความเข้าใจกับคนที่มีชีวิตเข้าสู่วัยชราอย่าง Gen B โดยปฏิบัติตามในเรื่องที่เหมาะสมอย่าง มารยาทในการเข้าสังคม การให้ความเคารพแก่ผู้ใหญ่ นอกจากนี้การได้ทำกิจกรรมร่วมกันก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่บางครั้งความเข้าใจผิดก็อาจเกิดขึ้นได้ ให้คุยกันด้วยเหตุผลไม่ใช้อารมณ์และสร้างอคติต่อกัน ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ และหากมีความเข้าใจแล้วไม่ว่า Generation ไหนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตให้สมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างกำลังใจของคนในครอบครัวให้พร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในสังคมยุคดิจิทัล

Related Post: คน GEN-X ต้องระวังโรคอะไรในปี 2018

เลือกประกันชีวิตคุณภาพระดับโลก เลือก “แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต”